วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สังคมออนไลน์เฟื่อง เศรษฐกิจใต้ดินคึกคักตาม


เมื่อเร็วๆ นี้ IT Digest ได้ติดตามตามข้อมูลจาก รายงานภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตฉบับที่ 14 ในปี 2551 อันเป็นฉบับล่าสุดที่ บริษัทไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น เผยแพร่ออกมา จากการรวบรวมข้อมูลจากโปรแกรมระวังภัยทางอินเทอร์เน็ต ที่มีการติดตั้งจำนวนหลายล้านจุดด้วยกัน โดยระยะเวลาในการศึกษาครอบคลุมตั้งแต่เดือน ม.ค.-ธ.ค. 2551 ระบุว่า ได้มีการสร้างซิกเนเจอร์สำหรับใช้ในการตรวจจับ โปรแกรมประสงค์ร้าย (Malicious Code Signature) มากกว่า 1.6 ล้านรูปแบบ คิดเป็นจำนวนเพิ่มมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับจำนวนซิกเนเจอร์ทั้งหมดที่เคยสร้างมาตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ บริษัทเทรนด์ ไมโคร อิงค์ ได้แจ้งเตือนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ให้ระวังภัยร้ายมัลแวร์ปี 2552 หลังจากที่รายงานบทความพิเศษในเว็บไซต์www.spamfighter.com ระบุว่า ในขณะที่ผู้สร้างมัลแวร์จะปล่อยโค้ดร้ายอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นจุดอ่อน หรือช่องโหว่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับที่ทีมนักวิจัยภัยคุกคามของบริษัท เทรนด์ ไมโคร ตรวจพบจำนวนมัลแวร์ที่เพิ่มมากขึ้น และทำงานรวดเร็วขึ้นกว่าที่เคยพบ ในปี 2551



จากรายงานของไซแมนเทคฯ ระบุว่า การใช้งานเว็บเป็นช่องทางหลักที่โปรแกรมร้ายใช้ในการแพร่กระจายตัวเอง ในปี 2551 และยังพบว่า ผู้โจมตีจะอาศัยชุดเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาและกระจายโปรแกรมภัยคุกคาม นอกจากนี้การคุกคามทั้งหมดที่ไซแมนเทคตรวจจับได้ มุ่งไปที่การพยายามขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ถึง 90% ทั้งนี้ การคุกคามด้วยการบันทึกข้อมูลระหว่างการพิมพ์ตัวอักษรบนแป้นคีย์บอร์ด (Keystroke-logging) เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลบัญชี และพาสเวิร์ดระหว่างทำธุรกรรมออนไลน์กับธนาคาร คิดเป็นสัดส่วน 76% ของภัยคุกคามทั้งหมด เพิ่มจาก 72% ในปี 2550

รายงานฉบับนี้ได้ให้ข้อมูลอีกว่า ในรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจใต้ดิน หรือ Underground Business ฉบับล่าสุดควบคู่ไปด้วย พบว่า มีธุรกิจในระบบเศรษฐกิจใต้ดินเกิดขึ้น เพื่อเป็นตลาดรองรับการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่ขโมยมา ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลบัตรเครดิตและข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยเศรษฐกิจใต้ดินยังคงเฟื่องฟูอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาสินค้าในตลาดทั่วไปมีราคาลดลง แต่ราคาสินค้าที่ขายในตลาดใต้ดินนี้ ค่อนข้างคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงระหว่างปี 2550 จนถึงปี 2551
นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิค บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น อธิบายว่า จากรายงานฉบับดังกล่าวยังชี้ไปที่ ผู้สร้างมัลแวร์ได้เพิ่มความสามารถในการต้านทานความพยายามในการหยุดกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้ให้กิจกรรมของ botnet ลดลงเป็นอันมากระหว่าง ก.ย.และ พ.ย.2551 อย่างไรก็ดี ในท้ายที่สุดก็มีเครือข่าย botnet ใหม่เกิดขึ้นพร้อมการแพร่กระจายของ botnet จนมีปริมาณใกล้เคียงกับช่วงก่อนปิดโฮสติ้งดังกล่าว ทั้งนี้โดยเฉลี่ยมีคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่าย botnet ทำกิจกรรมมากกว่า 75,000 เครื่องในแต่วัน คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 31% จากปี 2550
ที่ปรึกษาทางเทคนิค บริษัท ไซแมนเทค อธิบายเพิ่มเติมว่า แพลตฟอร์มเว็บแอพลิเคชัน ปกติมักจะมีช่องโหว่ และถูกนำมาใช้ในการโจมตี เนื่องจากซอฟต์แวร์เหล่านี้สร้างขึ้นมา ให้ง่ายต่อการติดตั้งใช้งานเว็บไซต์  เพื่อให้มีการใช้งานแพร่หลายบนอินเทอร์เน็ต ที่หลายแพลตฟอร์มไม่ได้ถูกออกแบบตามแนวคิดด้านความปลอดภัย จึงนำมาสู่ช่องโหว่จำนวนมาก ที่ถูกใช้เป็นช่องทางในการโจมตี ทั้งนี้จากจำนวนช่องโหว่ต่างๆ ที่พบในปี 2551 ช่องโหว่ทางเว็บมีสัดส่วน 63% เพิ่มขึ้นจาก 59%จากในปี 2550 จำนวนช่องโหว่ที่เป็นคุณลักษณะเฉพาะของเว็บ ในแบบ cross-site scripting ที่พบจำนวน 12,855 ช่วงโหว่ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามมีช่องโหว่เพียง 3% (394 ช่องโหว่) ที่ได้รับการแก้ไขขณะที่จัดทำรายงานนี้

นายนพชัย อธิบายถึงการโจมตีทางเว็บว่า มีต้นกำเนิดจากหลายประเทศทั่วโลก ที่ส่วนมากคิดเป็น 38% มาจากสหรัฐอเมริกา จีน 13%และยูเครน 12% โดย 6 ใน 10 ประเทศอันดับต้นที่เป็นเป้าหมายของการโจมตีทางเว็บไซต์ จะอยู่ในแถบทวีปยุโรป และแอฟริกาเหนือ ด้าน เว็บไซต์หลอกลวง หรือ ฟิชชิ่ง ยังเติบโตต่อเนื่อง ปีที่แล้วไซแมนเทคได้ตรวจพบเว็บไซต์ฟิชชิงจำนวน 55,389 แห่งด้วยกัน และมีอัตราเติบโตสูงขึ้นจากที่ตรวจพบในปี 2550 ถึง 66%คือ 33,428 แห่ง ทั้งนี้การหลอกลวงเกี่ยวกับการบริการทางด้านการเงิน คิดเป็นอัตรา 76%ในปี 2551 เมื่อเทียบกับปี 2550 อยู่ที่ 52%เท่านั้น

ที่ปรึกษาทางเทคนิค บริษัท ไซแมนเทค อธิบายถึงจำนวนของ อีเมล์ขยะ หรือ สแปมเมล์ ว่า มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายในปีที่ผ่านมา ไซแมนเทคสังเกตว่าสแปมที่ตรวจพบในอินเทอร์เน็ตทั้งหมดมีอัตราการขยายตัวสูงเพิ่มขึ้น 192% จากในปี 2550 ที่ตรวจพบเพียง 119.6 พันล้านฉบับข้อความ โดยเพิ่มเป็น 349.6 พันล้านฉบับ ในปี 2551 โดยในปีที่แล้ว เครือข่าย botnet เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแพร่กระจายของสแปมเหล่านี้ ถึง 90% ของสแปมทั้งหมด

ทั้งนี้ กิจกรรมของโปรแกรมประสงค์ร้าย มีการเติบโตมากที่สุดในภาคพื้นยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากนักวิจัยภัยด้านคุกคาม บริษัท เทรนด์ ไมโคร ระบุว่า รูปแบบของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต และที่แฮกเกอร์เป็นผู้คิดค้นขึ้นมานั้น เพื่อผลประโยชน์ในรูปของตัวเงินเป็นหลัก และทำให้เครื่องมือที่สำคัญอย่างเว็บไซต์ติดเชื้อร้ายมัลแวร์ โดยภัยคุกคามจำนวนมากเหล่านี้ จะใช้ช่องทางการโจมตีโดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต และพร้อมแพร่กระจายเชื้อร้ายให้ผู้ใช้งานทุกคนที่กำลังท่องโลกอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลจากรายงานของเทรนด์ ไมโคร ระบุต่อว่า มัลแวร์เปลี่ยนมาใช้ช่องโหว่ของ DNS (โดเมน เนม เซิร์ฟเวอร์) ที่สั่งการโดยตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานจำนวนหนึ่ง ให้เปลี่ยนทิศทางไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย แนวโน้มดังกล่าวมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปีที่แล้ว รวมถึงการใช้ช่องโหว่จากบราวเซอร์ เช่น ช่องโหว่ zero day สำหรับโปรแกรมไมโครซอฟท์ อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์โพลเรอร์ (IE) ได้กลายเป็นที่ชื่นชอบของแฮกเกอร์ช่วงปี 2551 นอกจากนี้ยังมีการโจมตีบราวเซอร์อื่นๆ เกิดขึ้น ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลขององค์กรจะสามารถแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านี้ได้ทัน

นักวิจัยภัยคุกคามของบริษัท เทรนด์ ไมโคร ระบุต่อว่า อัตราการเติบโตของมัลแวร์ ที่มีการขโมยข้อมูลนั้นมีเพิ่มมากขึ้นในปีก่อน มัลแวร์ที่ขโมยข้อมูลตั้งเป้าที่จะขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ และส่งไปที่บ็อตเน็ต หรือ ส่งข้อมูลไปที่อาชญกรบางคนเพื่อให้ดำเนินการทุจริตผิดกฏกหมาย หรือนำข้อมูลไปขายในตลาดมืด โดยประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสแปมคิดเป็น 22.5% ของสแปมทั้งหมด ในขณะที่ยุโรปเป็นทวีปที่ได้รับสแปมมากที่สุด ประเทศจีนมีอัตราการขยายตัวของสแปมอย่างรวดเร็ว ประมาณ 7.7% ในปี 2551 เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศรัสเซีย บราซิล และเกาหลีใต้ที่มีปริมาณสแปมเพียง 5.23% หรือน้อยกว่า

ผู้เชี่ยวชาญจากเทรนด์ ไมโคร เตือนว่าผลประโยชน์ด้านการเงินที่ได้รับจะยังเป็นแรงจูงใจในการพัฒนามัลแวร์รูปแบบใหม่ๆ ตลอดปี 2552 ภัยคุกคามเหล่านี้จะใช้เทคนิคและวิธีการใหม่ๆ เหมือนอย่างที่เปลี่ยน DNS ให้เป็นโทรจัน ผู้สร้างมัลแวร์จะใช้เครื่องมือที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และจะสร้างความเสียหายให้กับองค์กรขนาดเล็ก ขนาดกลาง แทนที่จะเป็นที่กลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานตามบ้าน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยจากค่ายดังๆ ต่างเห็นพ้องต้องกัน ถึงแนวโน้มภัยคุกคามชีวิตบนโลกออนไลน์ของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามด้านข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งบัตรเครดิต เลขประกันสังคม ชื่อผู้เข้าใช้กับรหัสผ่าน รวมไปถึงอีเมล์ ขณะที่สแปมก็ยังคุกคามอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเครือข่ายบ็อตเน็ตที่ขยายตัว เท่ากับว่ายิ่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มปริมาณ หรือ ธุรกรรมออนไลน์มากเท่าใด ธุรกิจใต้ดินของเหล่าแฮกเกอร์ก็เติบโตมากขึ้นคู่กัน

คำแนะนำที่ดีที่สุด เท่าที่จะบอกได้ คือ ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ควรติดตั้ง ระบบป้องกันภัยคุกคามข้อมูลแบบหลายระดับชั้น เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิด ขึ้น และผู้ใช้ระดับองค์กรต่างๆ ควรให้ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามข้อมูลเหล่านี้ แก่พนักงานในองค์กรเพื่อที่ พวกเขาจะสามารถเตรียมตัวเองให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ เหล่านี้ได้...


วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ยก ไอโฟน-บีบี กระทู้ยอดฮิตบนเว็บพันทิป

ระบุคนสนใจถามการเลือกซื้อ เปรียบเทียบการใช้งาน ขณะที่ คนออนไลน์ต่างร่วมอาลัยกับการจากไปของ XOOMER “ลุงซูม”ห้อง Blueplanet… 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์พันทิปดอทคอมเว็บไซต์กระดานข่าวชื่อดังของเมืองไทย ได้ เปิดเผยถึงคำค้นยอดนิยม ที่เป็นที่สนใจของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตตลอดปี 2552 ที่ผ่านมา The Espresso “ดิ เอสเพรสโซ” จากการเก็บข้อมูลของระบบ Smart Search Engine เครื่องมือค้นหากระทู้ของพันทิป คุณสามารถตามหากระทู้ที่คุณกำลังสนใจได้ ด้วยการค้นหาข้อมูลจากข้อความ หรือตัวอักษรที่พิมพ์เข้าไป Smart Search สามารถแยกค้นได้จาก ชื่อกระทู้ เนื้อกระทู้ ผู้ตั้ง/ผู้ตอบ หรือค้นหาทั้งหมด และแสดงกระทู้ที่ตรงกับคำค้นมากที่สุดและใหม่สุดขึ้นก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า ด้วยความแรงในห้องมาบุญครอง ทำให้กระทู้ที่เกี่ยวกับ แอปเปิ้ล ไอโฟน (iPhone) ได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นโทรศัพท์มือถือ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่คอเทคโนโลยีในประเทศไทย การออกแบบที่เรียบหรู ปราศจากปุ่มกด ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นการใช้งานที่โดดเด่น และมีความสามารถหลากหลาย โดยเฉพาะการใช้งานมัลติมีเดียหลายๆ ชนิด รวมถึงแอพลิเคชัน และโปรแกรมเสริม ที่มีให้โหลดมากมาย ในขณะที่คำค้นในกลุ่มเดียวกันอย่างแบล็กเบอรี (BlackBerry) ก็ถือว่ามีกระแสแรงพอๆ กัน มีการตั้งกระทู้ขอคำแนะนำการใช้งาน และการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่อง iPhone เป็นจำนวนมากในห้องมาบุญครอง

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า กระทู้ที่ได้รับความนิยมแน่นอนที่สุด คือ กระทู้ "เลือกอะไรดี ระหว่าง iPhone กับ Blackberry" ที่ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วจะเป็นตลาดคนละส่วน และมีการใช้งานที่โดดเด่นแตกต่างกัน แต่ก็ยังมีการนำมาเปรียบเทียบให้เห็นกันอยู่เสมอ อย่างไรก็่ตามดูเหมือนกระแสเชียร์ iPhone ในพันทิปนั้นค่อนข้างจะเยอะกว่า ไอโฟนกับแบล็กเบอรี่ มีคำค้นในกลุ่ม ได้แก่ blackberry, iphone 3gs, bb, ไอโฟน, htc, ipod touch, iphone ราคา โดยมีสถิติคำค้นที่เป็นแบบค้นทั้งเว็บ 1,751 กระทู้ ในห้องCafe 1,052 กระทู้ และในห้องมาบุญครอง 651 กระทู้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในห้อง Blueplanet ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว xoomer : "XOOMER" ชื่อล็อกอินของ "นายสีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา" รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ หรือที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อ XOOMER, ลุงซูม, ลุงจอห์น, ปู่สีห์ อดีตล็อกอิน "สีหพันธุ์" ที่มีอมยิ้มเป็นโลโก้ของสายการบินนกแอร์ สมาชิกพันทิปชาว Blueplanet คงจะเคยเห็นผ่านตากันอยู่แล้วสำหรับชื่อ "XOOMER" ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น และตอบคำถามเกี่ยวกับบริการของสายการบินนกแอร์ ชนิดที่เรียกว่า แก้ไขปัญหาทุกเที่ยวบินให้เป็นรายบุคคล ความนิยมนี้พิสูจน์ได้จากสถิติคำค้น ค้นทั้งเว็บ 24 กระทู้ Cafe 24 กระทู้ Blueplanet 23 กระทู้ คำค้นในกลุ่ม : ลุงซูม

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ผ่านมาลุงซูมยังได้มอบคำแนะนำดีๆ ให้กับสมาชิกคนอื่นในเว็บได้รับรู้เสมอ ด้วยสไตล์การตอบกระทู้ที่เป็นกันเอง มองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้คุณสีหพันธุ์เป็นที่รักของสมาชิกในห้อง Blueplanet อย่างไรก็ตามข่าวที่สร้างความตกใจให้กับหลายๆ คน ทั้งทีมงานและสมาชิกพันทิปโดยเฉพาะชาว Blueplanet คือการจากไปอย่างกะทันหันของลุงซูม เจ้าของล็อกอินในตำนาน XOOMER ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เอชทีซี ส่ง HTC Hero จับตลาดไลฟ์สไตล์

แอนดรอยด์โฟนตัวแรกของโลก แจ้งเกิด HTC SENSE สร้างยูสเซอร์อินเทอร์เฟซที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ และแอพลิเคชันที่หลากหลาย...

นายปีเตอร์ โชว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอชทีซี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เอชทีซี ฮีโร่” (HTC Hero) เปิดโลกทัศน์ในการเข้าถึงผู้คน และข้อมูลสำคัญด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่นำเสนอตามสภาพที่โทรศัพท์ปัจจุบันทำได้เท่านั้น แต่ว่าเอชทีซีออกแบบตามวิธีที่ผู้ใช้งานสื่อสาร และไลฟสไตล์ HTC SenseTM เป็นยูสเซอร์อินเทอร์เฟซใหม่ที่จะนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยออกแบบมาเพื่อทำให้มือถือเอชทีซีใช้งานง่ายขึ้น โดยให้ผู้ใช้งานได้ใช้พูดคุยกัน และหยิบใช้งานตามความรู้สึก

ด้าน นายณัฐวัชร์ วรนพคุณ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว “เอชทีซี ฮีโร่” (HTC Hero) มือถือรุ่นล่าสุดจากเอชทีซี ด้วยการออกแบบที่แตกต่าง และความสามารถทรงพลังในการผสานรวมกับอินเทอร์เฟซใหม่ HTC Sense ที่ให้สัมผัสการใช้งานที่เป็นธรรมชาติ และจะเป็นอินเทอร์เฟซใหม่ ในโปรดักส์ไลน์แอนดรอยด์แพลตฟอร์มของเอชทีซีทุกรุ่น ทำให้ Hero เป็นมือถือที่ผสานรวมเอารูปแบบ และฟังก์ชันใช้งานอย่างเป็นเอกลักษณ์ 

โซนี่ไทยโดดร่วมวงตลาดมินิโน้ตบุ๊ค

เปิดตัว  VAIO W Series ออกแบบมาสวยเฉียบทุกมุมมอง เพื่อแฟนไวโอ้ใช้งานคล่องตัวทุกฟังก์ชั่น พร้อมสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์แก่ผู้ใช้งาน...

นายเคน นากาเตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า จากที่โซนี่เดินหน้ารุกตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่ยังเติบโต และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ เสริมให้กับทัพสินค้าโน้ตบุ๊ค คือ มินิโน้ตบุ๊ค VAIO W Series รุ่น VPCW115XH ลงตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรกใน 3 สี คือ สีน้ำตาล สีชมพู และสีขาว พร้อมผิวสัมผัสแบบเคลือบด้านสวยลงตัว ที่โซนี่ใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียดจากภายนอกจรดภายใน ผนวกกับฟังก์ชั่นการทำงาน รองรับรูปแบบการใช้ชีวิต และรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว 

ผอ.ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับ VAIO W Series เน้นออกแบบให้มีรูปทรงโค้งมน กระชับมือขณะถือ สีสันสะดุดตา แต่เรียบหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของไวโอ้ ที่สะท้อนถึงรสนิยม และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเครื่องสำรอง ที่มีขนาดกะทัดรัด สำหรับพกพาใช้งานทั่วไป รวมทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ตนอกสถานที่ และรับ-ส่งอีเมล์ เป็นต้น นอกจากนี้ VAIO W Series ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อาทิ เม้าส์ กระเป๋า ที่มีสีสันเดียวกับตัวเครื่อง เพื่อให้ลูกค้าไวโอ้ให้เลือกใช้เข้าชุดกันอีกด้วย

นายเคน กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันโซนี่ไทยยังได้จัดเตรียมกิจกรรมออนไลน์ ควบคู่ไปกับการเปิดตัว VAIO W ในครั้งนี้ด้วย โดยจะเปิดตัวเว็บไซต์ www.vaiomaniaclub.comสำหรับคนรักไวโอ้ ในชื่อ VAIO Mania Club ให้บรรดาคนรักไวโอ้ เข้าไปอัพเดทข่าวสารล่าสุด สนุกกับกิจกรรมใหม่ ๆ สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดล้ำ ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.2552 นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ VAIO Mania Club จะเป็นเว็บไซต์ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกไวโอ้แฟนคลับกันได้ง่าย ๆ 

ด้าน นางสาวสมมุก เจียรสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ไอที บ.โซนี่ กล่าวว่า โซนี่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้งาน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้ จึงได้ออกแบบหน้าจอ VAIO W เป็นแบบ LED backlit ขนาด 10.1 นิ้ว ที่ให้รายละเอียดสูงถึง 1366 x 768 จึงให้ความคมชัดสูง สามารถใช้งานทั่วไป และอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้สะดวก แป้นคีย์บอร์ดที่ออกแบบให้แป้นพิมพ์ตัวอักษรแยกกันโดยอิสระ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไวโอ้ ช่วยให้ผู้ใช้พิมพ์งานได้อย่างสะดวกสบาย และแม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้งซอฟต์แวร์ VAIO Media Plus  ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าชมภาพถ่าย และฟังเพลง พร้อมทั้งใช้งานร่วมกับกล้องดิจิตอล หรือเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ด้วยการถ่ายโอนข้อมูลผ่านช่อง USB 2.0 

ผจก.ผลิตภัณฑ์ไอที บ.โซนี่ กล่าวด้วยว่า มินิโน้ตบุ๊ค VAIO W ใช้พลังประมวลผลจากอินเทล อะตอม โพรเซสเซอร์ N280 ฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุถึง 160 GB ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บรูปภาพ วิดิโอ และไฟล์เพลงได้อย่างจุใจ นอกจากนี้มีกล้องเว็บแคม และไมโครโฟนในตัว เพื่อความคล่องตัวในการติดต่อสื่อสารกับครอบครัว หรือ เพื่อนฝูงผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายได้ในทุกที่ทุกเวลา และมาพร้อกับระบบปฏิบัติการ ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ XP Home Edition แท้ พร้อมวางจำหน่ายราคา 19,900 บาท ตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.2552 เป็นต้นไป ทั้งนี้โซนี่ไทยได้เตรียมเปิดระบบสั่งจอง VAIO W ผ่านออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถเข้าไปสั่งจองที่เว็บไซต์ www.sony.co.th ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.- 9 ส.ค.2552 พร้อมรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.นี้

เปิดเว็บ 'ourking' เผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณในหลวง

ไอซีที ซิป้า ผนึกสำนักราชเลขาธิการ จัดทำเว็บไซต์ www.ourking.in.th เผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณในหลวง พร้อมจัดประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์และเทมแพลต...

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที โดยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า หน่วยงานในสังกัด ร่วมกับสำนักราชเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ แถลงข่าวจัดทำและพัฒนาคลังข้อมูลดิจิตอล โดยทำโปรแกรมต้นแบบของเว็บไซต์ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมสื่อทุกประเภทที่เผยแพร่เกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ทั้งในรูปแบบบทความ สื่อสิ่งพิมพ์ รายการวิทยุ สารคดีโทรทัศน์ และภาพยนตร์ ที่สื่อมวลชนทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสื่อที่เยาวชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปจัดทำขึ้น ทางเว็บไซต์ www.ourking.in.th ขณะนี้สามารถเข้าเว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลได้แล้ว 

ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า เว็บไซต์ www.ourking.in.th รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง การจัดโครงการให้ประชาชนส่งภาพเข้าประกวด อาจทำให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็นภาพที่ไม่เคยเห็น โดยปี 2553 เป็นปีที่ในหลวงมีพระชนมายุครบ 82 พรรษา นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีภาพหรือที่ระลึกที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้สามารถส่งเข้ามาเพื่อให้คณะผู้จัดทำพิจารณา นำเสนอขึ้นเว็บไซต์พร้อมจัดเก็บเพื่อเป็นข้อมูลอันทรงคุณค่าอีกด้วย 

รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า จัดกิจกรรมประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์และเทมเพลต (การแสดงผลทางหน้าเว็บไซต์แบบดิจิตอล) ของเว็บไซต์ ชิงรางวัลภายใต้แนวคิด "ล้านภาพ ล้านถ้อยคำ ล้านเรื่องราว ที่เล่าขาน งานของในหลวง" ชิงเงินรางวัลรวมทั้งหมด 2.2 แสนบาท ทั้งนี้ สามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึง 30 เม.ย. 2553 ประกาศผลทางเว็บไซต์เดือน พ.ค. 2553 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์www.ourking.in.th และ www.ohmpps.go.th